9Gneuine รับผลิตกระเป๋าหนังแท้ แต่ทำไม ? ไม่รับผลิตกระเป๋าหนังเทียม

    ทำไม 9Genuine ไม่รับผลิต กระเป๋าหนังเทียม

        เป็นคำถามที่เราต้องตอบกันบ่อยๆ จากลูกค้าที่มาสั่งผลิตกระเป๋า โดยต้องการใช้วัสดุหนังเทียม ไม่ว่าจะเป็นหนังเทียม pu หรือ pvc คงจะด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน และแน่นอนครับ 9Genine ก็มีเหตุผลบนพื้นฐานของความจริงบางอย่าง และจุดยืนของเรา เช่นเดียวกัน

 

        ดังนั้น แอดมิน จึงขอถือโอกาสเขียนเป็นบทความเอาไว้ อาจจะยาวสักหน่อย เผื่อที่ว่าจะได้ชี้แจงให้ลูกค้า และบุคคลทั่วๆไป ที่กำลังสนใจธุรกิจเครื่องหนัง และกำลังสร้างแบรนด์กระเป๋าเป็นของตนเอง เอาไว้ได้พิจารณากันครับ ว่าเราควรจะเลือกทิศทางใดที่ “เหมาะสม” ที่สุด ……

 

       ขอชี้แจงนิดนึงนะครับ  แอดมินใช้คำว่า “เหมาะสม” ที่สุด คือ เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดครับ แอดมินมิได้ชี้นำ ว่า หนังแท้ จะดีกว่าหนังเทียม แต่ประการใด จึงไม่ใช้คำว่า “ดีที่สุด” เพราะไม่มีอะไรดีที่สุดครับ แต่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด นั้น จะเป็นทิศทางที่ดีสำหรับธุรกิจเรามากกว่า

 

 เหตุผลหลักๆ ที่เราไม่รับผลิตกระเป๋าหนังเทียม นั้น แอดมินพยายามรวบเอาไว้เป็นหัวข้อหลักๆ ดังนี้

 

1 เหตุผลด้านเป้าหมายและพันธกิจของเรา

2 เหตุผลด้านกำลังการผลิต

3 เหตุผลด้านการตลาด

 

       แอดมินมีเหตุผลส่วนตัว 3 ข้อหลักข้างต้นนี้ ล้วนแต่เกี่ยวพันกันทั้งสิ้นครับ   โดยจะอธิบายเหตุผลในแต่ละข้ออย่างละเอียด เริ่มกันเลยนะครับ

 

1 เหตุผลด้านเป้าหมายและพันธกิจของ 9Genuine Craftsman

“ทีม 9Genuine รับผลิต กระเป๋าหนังแท้ และเครื่องหนัง ตามแบบที่ต้องการ สั่งผลิตจำนวนน้อย ด้วยราคาสมเหตุสมผล แข่งขันได้ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นสร้างแบรนด์ เครื่องหนังเป็นของตนเอง”

       เพียง 2 บรรทัดนี่แหละครับ ชัดเจนแล้ว เรารับสั่งผลิตในจำนวนที่น้อย คือ 30 ใบ/แบบ เท่านั้น ในราคาที่ไม่ได้บอกว่าสูงหรือต่ำ แต่ขอใช้คำว่าสมเหตุสมผล   “บนพื้นฐานของความเป็นจริง” (เราไม่กล้าบอกว่าค่าแรงเราถูกกว่าใครในสามโลก) และทิ้งท้ายไว้ว่า เราเหมาะกับใคร นั่นก็คือ ผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์เครื่องหนังเป็นของตนเอง ….. ที่เป็นผู้ประกอบการรายใหม่ และอาจจะมีงบประมาณค่อนข้างน้อย ได้สามารถเอื้อมถึงได้ … ก็เท่านั้นครับ

      ส่วนจะประสบผลสำเร็จหรือไม่นั้น แอดมินก็ฟันธงไม่ได้ เพราะการทำธุรกิจย่อมต้องมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมายเช่น หากจะว่ากันตามตำรา MARKETing MIX เราก็เป็นเพียง 1 ใน 4 P ในตำราคานั่นแหละครับ คือ P – PRODUCT ครับ คือ P แรกสุดที่เป็นขั้นเริ่มต้น และต่อยอดทิศทางใน P ต่อๆไป ซึ่งเป็นหัวใจหลักสำคัญของทุก P ด้วยวรรคทองที่ว่า “คุณภาพสินค้า/บริการ เป็นหัวใจหลักสำคัญ ของการดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง โดยต้องมีคุณลักษณะสำคัญคือ “คุณภาพ” ( Quality ) นั่นเอง

 

2 เหตุผลด้านกำลังการผลิต

        9Genuine เป็นทีมงาน “ช่างฝีมือ” ครับ ดังนั้น หากจะนำปริมาณกำลังการผลิตของเรา  ไปเปรียบเทียบกับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่มี “แรงงาน” ที่สามารถสร้างกำลังผลิตมากมาย เดือนละเป็นแสนใบ ปีละเป็นล้านใบ เราคงไม่ใช่ครับ

        แต่ด้วยเหตุผลนี้ เราไม่ได้มองว่าเป็น จุดเสียเปรียบหรือจุดด้อย ของเราแต่ประการใด …. แต่ทว่าเป็นจุดแข็งและเป็นจุดที่มีความ “เหมาะสม” กับตัวเรา และ “เป้าหมายพันธกิจ” ของเราต่างหาก …. เพราะเราเชื่อว่า ปริมาณ กับ คุณภาพ นั้น ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน … ครับ

ปริมาณการผลิตที่น้อย สอดคล้องกับพันธกิจของเรา คือ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ได้เริ่มต้นสร้างแบรนด์กระเป๋าหนังแท้ ได้อย่างราบรื่น และเป็นไปได้ ครับ ในจำนวนสต๊อกที่เหมาะสม และปลอดภัย จากความเสี่ยงเงินทุนจม และอื่นๆ

 

3 เหตุผลด้านการตลาด

  เป็นเหตุผลสำคัญ ที่เรามักจะอธิบายให้ผู้ประกอบการรายใหม่ บ่อยๆ บางท่านที่คิดหรือเชื่อว่า เราจะสามารถผลิตกระเป๋าหนังเทียม ในจำนวน 30 ใบ ให้ท่านได้ จะด้วยเพราะเหตุผลใดๆ ของความเชื่อนี้ ท่านอาจจะ ไม่ได้อ่าน หรือ อ่านแล้ว แต่เข้าใจในวัตถุประสงค์ของเราผิดพลาด หรือพยายามตัดสินและตีความ ไปในทิศทางที่สนับสนุน “ความเชื่อ” ของตนเอง

คุณคาดหวังราคาต้นทุนกระเป๋าหนัง PU

ในจำนวนการผลิตเพียง 30 ใบ

เทียบเท่า

กับราคาผลิตกระเป๋าหนัง PU

จำนวน 5000 ใบ จริงๆเหรอครับ ?

สรุปสั้นๆ บรรทัดต่อไปนี้ว่า

“ตลาดกระเป๋าหนังเทียม แข่งขันได้ยากมาก และไม่เหมาะเลย สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ผู้เริ่มต้น ที่มีเงินลงทุนจำกัด” ครับ

ลองดูสภาพการตลาดและการแข่งในขันในปัจจุบันนะครับ สินค้าจากประเทศจีน (เอ่ยถึงเลยแล้วกัน) หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก ด้วยเพราะอินเตอร์เน็ตสามารถครอบคลุมได้อย่างทั่วถึง และการเข้ามาของ social media ที่ได้รับความนิยมอย่างแพ่หลาย อย่าง facebook ทำให้เกิดช่องทางการจำหน่าย มีผู้ประกอบการใหม่เกิดขึ้นมากมาย ส่วนใหญ่ มักจะรับสินค้าสำเร็จรูป จากต่างประเทศเข้ามาขาย กินกำไรส่วนต่างกันไป ( เอ่ยอีกครั้งแล้วกัน ถ้าไม่ Taoboa ก็สำเพ็ง , ประตูน้ำ นั่นล่ะ )

    ช่วงแรกๆมันก็ดีล่ะครับ 

     เริ่มลงมือก่อน ก็มีคู่แข่งน้อย  ส่วนแบ่งตลาดน้อย ผู้บริโภคยังไม่เกิดการเปรียบเทียบ และส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถเข้าถึง Taoboa หรือ aliexpress ได้ เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก  แต่พอตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะจุดอิ่มตัว คือ เมื่อรายหนึ่งได้รับความนิยม ย่อมมีอีกรายหนึ่งเกิดขึ้นมาเพื่อแชร์ส่วนแบ่งตลาด  หรือเข้ามาขายแข่งขัน กัน ซึ่ง มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนะครับ ธุรกิจย่อมต้องมีการแข่งขัน แต่ ………

     เมื่อถึงจุดหนึ่ง ลูกค้าเริ่มรู้จักเปรียบเทียบมากขึ้น มีผู้เล่นและคู่แข่งมากขึ้น ส่วนแบ่งตลาดก็มากขึ้น ….  แล้ว สินค้าที่ขายๆกันนั้น ไม่เพียงแต่หน้าตาเหมือนกันนะครับ แต่มันมาจากบล็อกผลิตเดียวกัน !!!!  ซีนสุดท้ายก็จบลงด้วยการห่ำหั่นราคาแข่งขันกัน   ใครสายป่านยาว แบกรับการขาดทุน หรือกำไรไม่คุ้มทุน ได้  ก็อยู่นานกว่า พวกสายป่านสั้น สู้ไม่ไหว ก็ล้มหายตายจาก ไปตามวัฎจักร แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะสายป่าน สั้นหรือยาว ก็มักจะไปพบกันที่จุดจบก็คือ ตายเหมือนกัน ต่างกันแค่ช้ากับเร็วเท่านั้นเอง เพราะ ….

  เมื่อ ผู้ผลิตสินค้า จากที่เคยขายส่งให้พ่อค้าแม่ขาย ออนไลน์ ในราคาแสนถูก ได้เข้ามาขายปลีกเองแล้ว ในราคาแสนถูกเช่นกัน คงไม่ต้องพูดถึงนะครับ ว่ามาในช่องทางใด ไม่ว่าจะทาง ads facebook ที่เรามักจะเห็นโฆษณาที่ใช้ภาษาไทยแปลกๆที่ถูกแปลด้วย google translate หรือการเข้ามาในผ่านช่องทาง e-marketplace ที่เพิ่งจะโดนเทคโอเว่อร์ จากเจ้าของ Taoboa , alibaba นั่นแหละ ครับ …. จุดจบของพ่อค้าแม่ขายออนไลน์ สายหิ้ว ซื้อมาขายไปกำไรงาม ก็มาถึง …. 

 

ทางรอดของปัญหานี้ของ พ่อค้าแม่ขายออนไลน์

สายรับมาขายไป(เคย)กำไรงาม จะไปทิศทางใด ?

คำตอบคือ

เริ่มใหม่ครับ สร้างตัวตน เป็นเจ้าของสินค้าของตัวเองตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ สั่งผลิตเอง แบบของตัวเอง มีเอกลักษณ์ของตัวเอง …. คือการสร้างแบรนด์ นั่นล่ะครับ ….

สุดท้ายนี้

ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาข้างต้น 9Genuineไม่ได้ตัดสินว่า ระหว่าง ธุรกิจกระเป๋าหนังแท้ หรือ กระเป๋าหนังเทียม อะไรจะดีกว่ากันนะครับ เพียงแต่เราจะไม่ผลักดันให้ลูกค้าไปจับตลาดกระเป๋าหนังเทียม ด้วยสภาวะเงินทุนที่จำกัด เพราะโอกาสพลาดพลั้งจะสูงมาก แข่งขันไม่ได้เลย    แต่หากลูกค้ามีแนวทางการตลาด และเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ที่สามารถแข่งขันได้ เราก็สามารถผลิตกระเป๋าหนังเทียม ให้ได้เช่นกันครับ แต่จะคาดหวังว่าราคาต้นทุนสินค้า ในการผลิต 30 ใบ กับ สั่งผลิต 5000 ใบ จะเท่ากันนั้น มันเป็นไปไม่ได้เท่านั้นเอง …..